
องค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง (HKTDC) เผยรายงานวิจัยล่าสุดยืนยันบทบาทที่เพิ่มมากขึ้นของฮ่องกงในฐานะประตูบริการสิ่งแวดล้อมและมาตรฐานสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล หรือ ESG ชั้นนำแห่งเอเชีย พร้อมเปิดโอกาสการค้าและการลงทุนใหม่ ๆ ให้กับผู้ประกอบการทั่วภูมิภาค โดยหนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จที่โดดเด่นคือการปรับปรุงอาคารเก่าให้กลายเป็นอาคารสีเขียวที่ช่วยประหยัดพลังงานและลดต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คุณเวียง เฉิง ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยและเอเชียใต้ องค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง (HKTDC) กล่าวว่า “ตัวอย่างในฮ่องกง มีกรณีศึกษาที่ดีมากมายเกี่ยวกับการปรับปรุงอาคารเก่าให้กลายเป็นอาคารสีเขียว เนื่องจากโครงการลักษณะนี้สามารถช่วยประหยัดพลังงานได้ถึงประมาณ 40–50% และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและบำรุงรักษาอาคารได้อีกด้วย”

จากรายงานก่อนหน้านี้ พบว่าปัจจุบันฮ่องกงมีอาคารสีเขียวประมาณ 5,000 แห่ง ซึ่งประสิทธิภาพและผลลัพธ์ในการลดปริมาณคาร์บอนเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ประมาณ 60 ล้านต้น นับเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อส่งเสริมความยั่งยืน ทั้งในด้านอาคารสีเขียวและโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

คุณเวียง เฉิง กล่าวต่อว่า ผลสำรวจดัชนี ESG ปี 2568 ที่จัดทำโดย HKTDC จากผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 1,500 ราย พบว่าคะแนนรวมอยู่ที่ 64.2 คะแนน ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ 50 คะแนนอย่างชัดเจน โดยสามารถแบ่งสัดส่วนคะแนนออกเป็น 3 ด้านหลัก ดังนี้:
- ด้านธรรมาภิบาล (Governance): 64.2 คะแนน
- ด้านสังคม (Social): 65.0 คะแนน
- ด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental): 63.7 คะแนน

นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบว่า 90% ของธุรกิจทั่วไปได้นำหลักการ ESG มาประกอบการตัดสินใจทางธุรกิจ โดยมี 29% ได้เริ่มซื้อขายสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว และสูงถึง 64% ของผู้ซื้อยินดีจ่ายเงินเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10% เพื่อสินค้าที่มีมาตรฐานสีเขียว
ทั้งนี้ ในช่วงปี 2569–2570 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญด้านการปฏิบัติตามมาตรฐาน โดยจะมีการนำมาตรฐานการรายงานความยั่งยืนของยุโรป (ESRS) และคณะกรรมการมาตรฐานความยั่งยืนสากล (ISSB) มาบังคับใช้ ส่งผลให้การอ้างว่าสินค้าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Claims) ต้องมีหลักฐานเชิงประจักษ์ยืนยันอย่างชัดเจน อาทิ การประเมินวัฏจักรชีวิตสินค้า (Life Cycle Assessment), การตรวจสอบที่น่าเชื่อถือจากหน่วยงานภายนอก และเอกสารประกอบที่ครบถ้วน

อย่างไรก็ตาม ฮ่องกงได้รับการยอมรับจากองค์กรต่าง ๆ ถึง 90% ว่ามีข้อได้เปรียบเฉพาะตัวที่โดดเด่น 3 ประการ ได้แก่:
- ประสบการณ์ที่ยาวนานด้านบริการสิ่งแวดล้อม
- ระบบรับรองมาตรฐานที่สอดคล้องกับตลาดยุโรปและอเมริกา
- ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างธุรกิจในเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (Greater Bay Area: GBA) กับตลาดอาเซียน
โดยฮ่องกงพร้อมให้บริการครบวงจร ตั้งแต่การเงินสีเขียว (Green Finance), การรายงาน ESG, การประเมินความเสี่ยง ไปจนถึงการวางแผนกลยุทธ์ความยั่งยืนในระยะยาว
สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจข้อมูลการค้าและการลงทุน สามารถติดต่อสำนักงาน HKTDC ได้ที่:
อีเมล: bangkok.office@hktdc.org
เว็บไซต์: www.hktdc.com




