
งาน ASIA DigiCommerce Services Xpo 2026 (ADSX 2026) เปิดฉากอย่างเป็นทางการในฐานะเวทีแสดงเทคโนโลยีและบริการด้านดิจิทัลคอมเมิร์ซแห่งเอเชีย ที่รวบรวมนวัตกรรมด้าน AI, E-Commerce, Cross-Border Commerce, Smart Logistics และ Digital Payment ตลอดจนเทคโนโลยี Smart Living, Smart Devices และหุ่นยนต์อัจฉริยะจากผู้ประกอบการชั้นนำทั่วภูมิภาค อาทิ Alibaba.com, J&T Express, EcoFlow, Bambu Lab และ AiMOGA Robotics เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ นักลงทุน และผู้ซื้อได้เข้าถึงเทรนด์เทคโนโลยีใหม่ สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และต่อยอดโอกาสทางการค้าในเศรษฐกิจดิจิทัลยุค AI ระหว่างวันที่ 24-26 มิถุนายน 2569 ณ ฮอลล์ 8 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
บรรยากาศวันเปิดงานเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีผู้ประกอบการ นักลงทุน แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ผู้พัฒนาเทคโนโลยี ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ และผู้ซื้อจากหลายประเทศในเอเชียเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดดิจิทัลคอมเมิร์ซ และความต้องการนำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจในทุกมิติ

รศ.ดร.ชิต เหล่าวัฒนา กรรมการบริหารประธานคณะกรรมการหุ่นยนต์และเอไอ สภาหอการค้าไทย ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดร่วมกับ นายอาทิตย์ พัฒนพงศ์ชัย ผู้อำนวยการกองตรวจการมาตรฐาน 3 สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Thailand Beyond Next” โดยระบุว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจ AI อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่ง AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีใหม่ แต่กำลังก้าวขึ้นเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่สำคัญไม่ต่างจากไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตในอดีต พร้อมชี้ว่าประเทศไทยมีองค์ประกอบสำคัญที่จะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางภูมิภาคด้าน AI-Commerce และซัพพลายเชนอัจฉริยะ จากจุดแข็งด้านทำเลยุทธศาสตร์ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ระบบโลจิสติกส์ และฐานการผลิตอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือการผลักดันให้ภาคเอกชนไทยสามารถสร้างเทคโนโลยี แพลตฟอร์ม และนวัตกรรมของตนเอง เพื่อเปลี่ยนบทบาทจากผู้ใช้งานเทคโนโลยีไปสู่ผู้สร้างมูลค่าในเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งอนาคต ขณะที่เทคโนโลยี Agentic AI และหุ่นยนต์อัจฉริยะจะเป็นนวัตกรรมสำคัญที่เข้ามาเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจและวิถีชีวิตในอนาคต รศ.ดร.ชิต กล่าวอธิบาย
เจาะลึกแนวคิด AI in Action เชื่อมโยงระบบนิเวศการค้าและอินเทลลิเจนท์ซัพพลายเชน

นางสาวอาบี ลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิเอ็กซ์ เอ็กซ์โป จำกัด ในฐานะผู้จัดงานกล่าวว่า ADSX 2026 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “AI in Action” เพื่อตอกย้ำบทบาทของเทคโนโลยีอัจฉริยะที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากนวัตกรรมสู่การใช้งานจริงในภาคธุรกิจ โดยรวบรวมผู้เล่นสำคัญในระบบนิเวศดิจิทัลคอมเมิร์ซ ทั้งแพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ ผู้ให้บริการชำระเงิน โลจิสติกส์ เทคโนโลยีการตลาด ผู้พัฒนาโซลูชันดิจิทัล และนักลงทุนจากหลายประเทศ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ขยายตลาด และต่อยอดความร่วมมือในระดับภูมิภาค
ขณะที่ นางสาวซินดี้ ลาง ประธานกรรมการบริหาร สมาคมอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์เซินเจิ้น กล่าวว่า การบูรณาการ AI เข้ากับข้อมูล คลาวด์คอมพิวติ้ง และเทคโนโลยีเชื่อมต่อ กำลังสร้างโอกาสทางธุรกิจครั้งใหญ่ให้กับภาคอุตสาหกรรม การค้า และบริการทั่วโลก โดยการนำ AI ไปใช้งานจริงจะเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน สร้างนวัตกรรม และยกระดับประสบการณ์ลูกค้า พร้อมมองว่า ADSX 2026 เป็นเวทีสำคัญในการขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและการลงทุนระหว่างจีน ไทย และประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย
ด้าน นางสาวเหยียนหลิง เจ็ง เลขาธิการและรองศาสตราจารย์ สมาคมโลจิสติกส์และการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานแห่งเซินเจิ้น กล่าวเสริมว่า การเติบโตของอีคอมเมิร์ซและการค้าข้ามพรมแดนกำลังผลักดันให้ภาคโลจิสติกส์เข้าสู่ยุค Intelligent Supply Chain มากขึ้น โดยเทคโนโลยีดิจิทัลจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน ขณะที่ความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ ภาครัฐ และผู้พัฒนาเทคโนโลยี จะเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างระบบการค้าและโลจิสติกส์แห่งอนาคต

ทั้งนี้ ภายในงานได้รับความร่วมมือจากผู้ให้บริการและแพลตฟอร์มด้านดิจิทัลคอมเมิร์ซชั้นนำเข้าร่วมอย่างมากมาย อาทิ Alibaba.com, Kalodata, PingPong, LianLian Global, Ksher และ J&T Express รวมถึงผู้ให้บริการด้านการค้าข้ามพรมแดน ผู้ให้บริการโลจิสติกส์สำหรับ E-Commerce แบบครบวงจร ตลอดจนโซลูชันด้าน E-Payment และบริการชำระเงินดิจิทัลจาก FastShip เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจออนไลน์และการค้าระหว่างประเทศ
ไฮไลท์เด็ดโซนสินค้าอัจฉริยะเซินเจิ้นพ่วงโซลูชันขนส่งอนาคตจาก SAIC Motor

สำหรับโซนนวัตกรรมภายในงานได้นำเสนอเทคโนโลยี AI และ Smart Living จากแบรนด์ชั้นนำระดับนานาชาติ เช่น EcoFlow, Bambu Lab, PanoX by Labpano และ AiMOGA Robotics พร้อมมีไฮไลท์สำคัญอย่าง “Shenzhen Excellence Zone” ซึ่งรวบรวมสินค้า Smart Product และนวัตกรรมจากเมืองเซินเจิ้น เมืองต้นแบบด้านเทคโนโลยีของประเทศจีน เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้เจรจาธุรกิจและเลือกซื้อสินค้าจากผู้ผลิตโดยตรงมากกว่า 200 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่ Smart Home Appliance, Smart Wearable, Robot, Smart Product for Pet ไปจนถึงสินค้าเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่สำหรับผู้บริโภคยุคดิจิทัล

อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของงานคือการเข้าร่วมของ SAIC Motor ที่มานำเสนอโซลูชันด้านยานยนต์และระบบขนส่งอัจฉริยะ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการโลจิสติกส์และช่วยลดต้นทุนการขนส่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของธุรกิจอีคอมเมิร์ซและซัพพลายเชนในภูมิภาคอาเซียน โดยบริษัทมองเห็นศักยภาพของประเทศไทยจากความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมโยงระบบคมนาคม และบทบาทการเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภูมิภาค จึงเลือกประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการขยายความร่วมมือทางธุรกิจในอนาคต
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรม Business Matching และเวทีสัมมนาจากผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติในหัวข้อที่กำลังได้รับความสนใจ อาทิ AI Commerce, Live Commerce, Creator Economy, Intelligent Supply Chain, Smart Logistics, Digital Marketing และการประยุกต์ใช้ AI เพื่อยกระดับอุตสาหกรรม การค้า และบริการในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล โดยงาน ADSX 2026 คาดการณ์ว่าจะเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจระดับภูมิภาค สร้างโอกาสการลงทุนใหม่ และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลคอมเมิร์ซ เทคโนโลยีอัจฉริยะ และเศรษฐกิจ AI ของเอเชียในอนาคต




